17 กันยายน 2569

มหิดล ปั้น Deep Tech สตาร์ทอัพ เปลี่ยนเกมวงการ Wellness-การแพทย์แม่นยำ-สัตว์เลี้ยง ดันนวัตกรรมเป็น New Engine

image

สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล จับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก แนะยกระดับประเทศไทยจาก "ผู้บริโภค" สู่ "ผู้สร้างนวัตกรรม" เพื่อตอบรับกระแส Health & Wellness และ Pet Economy ที่กำลังเติบโตสูงสุดและเป็นเมกะเทรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

เจาะขุมทรัพย์เทรนด์โลก : Wellness - การแพทย์แม่นยำ – สัตว์เลี้ยง 

ท่ามกลางคลื่นความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกที่สะท้อนผ่านเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ข้อมูลจากบริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลกต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ McKinsey & Company ที่เผยว่าตลาด Global Wellness Market ในปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฟากอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง (Pet Economy) ถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง โดย Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า 45% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และคาดว่าจะมีมูลค่ารวมทะลุ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030

เม็ดเงินสะพัดมหาศาลนี้ ไม่เพียงสะท้อนโอกาสทางธุรกิจ แต่คือนัยยะสำคัญของการเปลี่ยนเกมโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ซึ่งสอดคล้องกับต้นทุนความแข็งแกร่งของประเทศไทย ทั้งด้านการบริการ Wellness และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย รวมถึงกระแสตื่นตัวในกลุ่มคนรักสัตว์ 

ปี 2026 นี้จึงอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยจะใช้จุดแข็งที่มี ผนวกเข้ากับ "นวัตกรรมเชิงลึก" เพื่อยกระดับสถานะจากการเป็นเพียง "ผู้ซื้อเทคโนโลยี" สู่การเป็น "ผู้พัฒนาเทคโนโลยี" และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ ในการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในเวทีโลก

จากความมุ่งมั่นในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) จึงได้เดินหน้าโครงการ Mahidol Incubation Program ในฐานะแพลตฟอร์มบ่มเพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ มุ่งเสริมทักษะเชิงธุรกิจ ควบคู่การพัฒนางานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ เปลี่ยนนักวิจัยให้ก้าวสู่บทบาท Tech Entrepreneur อย่างแท้จริง 

เลิกเสี่ยงรักษาโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยงด้วยยาสเตียรอยด์! VETISOME จุด นวัตกรรม 'Exosome' พลิกโฉมการรักษาสัตว์เลี้ยง สู่การ 'ฟื้นฟูระดับเซลล์'

ในวันที่เทรนด์คนเลี้ยงสัตว์เป็นเสมือนคนในครอบครัว อีกปัญหาใหญ่ที่คนรักสัตว์ต้องเจอคือวงจรการรักษาที่ไม่จบสิ้น โดยเฉพาะโรคผิวหนังภูมิแพ้ในสุนัขและแมว ที่เดิมมักต้องพึ่งพา "สเตียรอยด์" หรือยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งแม้จะหยุดอาการคันได้เร็ว แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อตับและไตวายในระยะยาว

VETISOME สตาร์ทอัพสาย Deep Tech จากมหิดลนำโดย ผศ.ดร.สพ.ญ.ศศิธร รุ่งอรุณเลิศ คณะสัตวแพทยศาสตร์  จึงเข้ามาฉีกกฎการรักษาเดิมๆ ด้วยนวัตกรรม "Exosome Therapy" หรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ที่เหนือกว่าการใช้ยาเคมีทั่วไป โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะจากอนุภาคระดับนาโน "MSC-derived Exosomes" เข้าไปทำหน้าที่เสมือนตัวนำส่งสารสื่อสารกับเซลล์โดยตรง เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำงานปกติที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่การกดอาการไว้ชั่วคราว

ความพิเศษของนวัตกรรมนี้ยังอยู่ที่กระบวนการสกัดแบบ "Cell-free" หรือปราศจากเซลล์ ซึ่งตัดความเสี่ยงเรื่องการกลายพันธุ์หรือการเกิดเนื้องอก ที่มักพบในการใช้สเต็มเซลล์แบบดั้งเดิมออกไปได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้สัตวแพทย์และเจ้าของมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่การหายคัน แต่คือการคืนโครงสร้างผิวหนังที่แข็งแรง ขนกลับมาขึ้นสวยเงางาม และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกรักสี่ขา ได้อย่างยั่งยืน

ตับเทียมจากเซลล์มนุษย์ ยุติการทดลองในสัตว์ สู่ความแม่นยำเพื่อชีวิตมนุษย์

ในวงการเภสัชกรรมระดับโลก มีความจริงที่น่าตกใจคือกว่า 90% ของยาใหม่ต้องล้มเหลวในชั้นการทดสอบทางคลินิก โดยหนึ่งในสาเหตุหลักด้านความปลอดภัยเกิดจากพิษต่อตับที่ตรวจไม่พบในสัตว์ทดลอง เนื่องจากความแตกต่างทางสรีรวิทยาระหว่างคนและสัตว์ การพึ่งพาผลการทดสอบในสัตว์ จึงเปรียบเสมือนการเดาทาง ที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งต่อชีวิตผู้ป่วยและต้นทุนมหาศาล และยังไม่เป็นผลดีต่อสัตว์ที่ถูกนำไปทดลองอีกด้วย 

OrganoTopia ดีพเทคสตาร์ทอัพดีกรีแชมป์รางวัลนวัตกรรมจากมหิดล นำโดย รศ. ดร.เกษม กุลแก้ว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ที่ต้นเหตุ ด้วยนวัตกรรม "Liver Organoid" หรือ "ตับจำลองมนุษย์" เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงที่สร้างเนื้อเยื่อตับขนาดจิ๋วจากเซลล์มนุษย์ ให้ทำหน้าที่เสมือน "ตัวแทนอวัยวะจริง" ในห้องปฏิบัติการ นวัตกรรมนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกมที่เข้ามาเปลี่ยนมาตรฐานการวิจัยยา โดยสามารถคัดกรองพิษของยาได้อย่างแม่นยำและตรงกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในมนุษย์จริงๆ ช่วยปิดจุดอ่อนเรื่องความคลาดเคลื่อนจากการใช้สัตว์ทดลอง ทำให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะตับวาย

นอกจากนี้ การใช้อวัยวะจำลองยังเป็นการตอบรับเทรนด์จริยธรรมโลกที่มุ่งลดละเลิกการใช้สัตว์ทดลองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยของไทย แต่ยังช่วยให้กระบวนการพัฒนายาใหม่มีความรวดเร็วและคุ้มค่ามากขึ้นทำให้บริษัทยาสามารถคัดกรองตัวยาที่มีประสิทธิภาพสูงออกสู่ตลาดเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที

หมดปัญหาคนกลัวเข็ม! RevoAllerX ส่ง 'เข็มจิ๋ว' พลิกโฉมการตรวจภูมิแพ้ แม่นยำเท่าเจาะเลือดแต่ไม่เจ็บ

ภาพจำของการตรวจภูมิแพ้โดยการสกิดผิวหนังด้วยเข็ม อาจสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน ทั้งความเจ็บปวดและภาพลักษณ์ที่น่ากลัวของเข็ม แต่ข่าวดีคือสิ่งนี้กำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อนวัตกรรม Deep Tech เข้ามาแก้ปัญหา "โรคกลัวเข็ม" ของเด็กๆ ได้อย่างตรงจุด โดย RevoAllerX สตาร์ทอัพจากมหิดล นำโดย รศ. ดร. สุรพล พิบูลโภคานันท์ สถาบันชีววิทยาศาสตรโมเลกุล ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ด้วย "IgEase MN-10 Patch" แผ่นสติกเกอร์เพื่อใช้แทนเข็มในการตรวจภูมิแพ้โดยการสกิดผิวหนังที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติประสบการณ์ผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือการใช้เทคโนโลยี Microneedle หรือ "กลุ่มเข็มจิ๋ว" ที่มีความเล็กจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยถูกออกแบบเชิงวิศวกรรมให้มีความยาวพอดีที่จะเจาะลงไปเพียงชั้นตื้นของผิวหนังเพื่อส่งน้ำยาทดสอบ แต่ไม่ลึกถึงชั้นหนังแท้ที่มีเส้นประสาทและเส้นเลือดทำให้กระบวนการทดสอบมีความปลอดภัยสูง ลดความเจ็บปวดและช่วยขจัดความเครียดระหว่างการตรวจภูมิแพ้ ที่ดีขึ้นไปอีกคือองค์ประกอบของเข็มเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ ไม่เป็นภาระต่อการกำจัด ซึ่งแผ่นสติกเกอร์นี้จะเปลี่ยนโรงพยาบาลให้เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรมากขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กและผู้ปกครองที่มีความเครียดไปพร้อมกับเด็ก หรือผู้ใหญ่ที่มีความกังวลเรื่องเข็ม นอกจากนี้ ผลการทดสอบทางคลีนิคโดย RevoAllerX ยืนยันความแม่นยำในการวินิจฉัยเทียบเท่ากับการใช้เข็ม และแผ่นสติกเกอร์ “IgEase” นี้มีการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเพียง 4 ขั้นตอนและรองรับการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ได้สูงสุดถึง 10 ชนิดที่แพทย์สามารถเลือกได้ในครั้งเดียว ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ครั้งสำคัญ

ความสำเร็จของกลุ่มสตาร์ทอัพสัญชาติไทยเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยนวัตกรรมไทย ที่มีคุณภาพพร้อมออกสู่ตลาดโลกเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้ไทยเปลี่ยนผ่านบทบาทสู่การเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด

เด็กไทยดังไกลทั่วทั่วโลก ตะลึง! น้อง “ลิลลี่” อายุเพียง 15 ปี เดินแบบบนเวทีโลก (ปารีส)

เด็กไทยดังไกลทั่วทั่วโลก ตะลึง! น้อง “ลิลลี่” อายุเพียง 15 ปี เดินแบบบนเวทีโลก (ปารีส)

‘ROYS HOTEL’ Lifestyle Design Hotel แห่งใหม่ ผสานคุณค่าแรกเริ่มเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สำหรับการพักผ่อนอย่างมีสไตล์

‘ROYS HOTEL’ Lifestyle Design Hotel แห่งใหม่ ผสานคุณค่าแรกเริ่มเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สำหรับการพักผ่อนอย่างมีสไตล์

Kidz and Kitz คว้าสิทธิ์ MANYC นำเข้า 3 IPs ยักษ์ยอดฮิต “Jujutsu Kaisen - Haikyu!! - Solo Leveling” ลุยตลาดไทยแต่เพียงผู้เดียว

Kidz and Kitz คว้าสิทธิ์ MANYC นำเข้า 3 IPs ยักษ์ยอดฮิต “Jujutsu Kaisen - Haikyu!! - Solo Leveling” ลุยตลาดไทยแต่เพียงผู้เดียว