ตำรวจ สน.ดอนเมือง รวบหนุ่มลำลูกกา พร้อมยาไอซ์กว่า 50 กรัม ขับขี่ย้อนศร ตรวจพบเสพยาในร่างกาย

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.20 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วันชัย วงศ์วาณิชอนันต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง และ พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สน.ดอนเมือง ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สัมพันธ์ มั่นคงดี สารวัตรป้องกันปราบปราม สน.ดอนเมือง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม ชุดที่ 4 ออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด
กระทั่งเจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย บริเวณปากซอยตลาดเสริมเพิ่มพูน ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหาทราบชื่อภายหลังคือ นายกิตตินนท์ แฝงด่านกลาง อายุ 31 ปี ชาวอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีท่าทีพิรุธ จึงขอทำการตรวจค้นโดยสมัครใจ
ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ชนิดเกล็ดแบนใส น้ำหนักรวมประมาณ 50.35 กรัม บรรจุแบ่งเป็น 10 ถุง ซุกซ่อนอยู่บริเวณขอบกางเกงด้านหน้าของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
จากการสอบถาม นายกิตตินนท์รับสารภาพว่า ยาไอซ์ดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยได้รับคำสั่งจากชายชื่อเล่นว่า “แบงค์” ให้นำยาเสพติดไปส่งต่อ นอกจากนี้ยังยอมรับว่าได้เสพยาไอซ์มาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจเบื้องต้นและผลตรวจยืนยันจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราช พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา
1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย
3. เป็นผู้ขับขี่รถขณะเสพยาเสพติด
พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบครบถ้วน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด และกรมการปกครองผ่านระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว
Sakamoto Math เปิดตัวในไทย ชวนสัมผัสการเรียนคณิตศาสตร์ในมุมใหม่จากญี่ปุ่น ในคอนเซ็ปต์ “Smart Summer Kick-Off : ทุกโจทย์มีทางแก้”
SACIT จัดเต็มงานคราฟต์ไทยร่วมสมัย ครบวงจร ที่ “Crafts Bangkok 2026”
UFM สานต่อโครงการเพื่อสังคม จับมือ โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพฯ ยกระดับวงการเบเกอรี่ไทยสู่มาตรฐานสากล