ในวาระที่ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ดำเนินการมาครบ 50 ปี และ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (AWEN Thailand) มีอายุครบ 10 ปี ขณะเดียวกันในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปียังเป็น “วันสตรีสากล” คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถือโอกาสนี้ร่วมกับ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ จัดงานโครงการ “สสธวท..สตรีทรงพลัง” ด้วยการเชิญ 10 เวิร์คกิ้งวูแมนระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมพูดคุยในวงเสวนา “สตรีทรงพลัง” หวังเป็นเวทีส่งเสริมเหล่าสตรีนักธุรกิจและสตรีนักวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จเต็มไปด้วยประสบการณ์และแรงบันดาลใจอันหลากหลาย ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์ ความรู้ และส่งเสริมให้สตรีทุกช่วงวัยได้ก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ธุรกิจ และวิชาชีพ อันจะนำมาซึ่งสังคมวิวัฒน์ในหลากหลายด้าน ในการนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันก่อน

ภายในงาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรนิทรรศการสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นแบบอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่สง่างาม ด้วยทรงเปี่ยมไปด้วยน้ำพระราชหฤทัยกว้างขวางงดงาม ตั้งแต่พระจริยวัตรอ่อนโยน จนถึงความมุ่งมั่นที่จะทรงศึกษาและเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ อันสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงที่สร้างความสำเร็จได้ด้วยตนเอง, นิทรรศการ สสธวท. (BPWT) และนิทรรศการ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ต่อด้วย พระราชทานรางวัลเข็มเกียรติคุณและโล่เกียรติคุณ ตามลำดับ และพระราชทาน พระราชดำรัส เปิดโครงการฯ ความตอนหนึ่งว่า…"ท่ามกลางโลกที่ผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันกับบริบทใหม่ พร้อมก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม สตรีนักธุรกิจ และสตรีนักวิชาชีพไทย ต่างมีส่วนอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

ด้วยศักยภาพและบทบาทอันโดดเด่นนี้ คำว่า 'สตรีทรงพลัง' จึงไม่ใช่เพียงถ้อยคำยกย่อง หากแต่เป็นภาพสะท้อนแห่งคุณค่า และพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน นับเป็นเรื่องดีที่งานนี้ได้จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ แนวคิด และประสบการณ์จากสตรีทรงพลัง ผู้มีบทบาทและประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา อันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น น่าชื่นชมอย่างยิ่งที่ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ยืนหยัดดำเนินภารกิจอย่างมั่นคงตลอด 5 ทศวรรษ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ จนเป็นพลังหลักในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างเวทีแห่งโอกาส พัฒนาองค์ความรู้ และผลักดันบทบาทสตรีนักธุรกิจ และนักวิชาชีพให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ อันเป็นคุณูปการต่อความเข้มแข็งและความยั่งยืนของสังคมไทย
ส่วนเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงบทบาทโดดเด่นในการเชื่อมโยงความร่วมมือของสตรีในภูมิภาค สร้างเครือข่ายแห่งการแลกเปลี่ยนและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ก่อเกิดพลังทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศ อันสะท้อนถึงความเป็นผู้นำและพลังแห่งความร่วมมือที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน"

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ เผยถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง” ครบรอบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ในครั้งนี้ว่า เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็น “ต้นแบบแห่งแรงบันดาลใจ” และเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระราชจริยวัตรอันงดงาม ทรงเป็นต้นแบบให้สตรีไทยในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกีฬาทั้ง 2 พระองค์ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ทรงเป็นแบบอย่างให้สตรีไทยและเยาวสตรีไทย อีกทั้ง ตอกย้ำบทบาทสำคัญของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (BPWT) และเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ในการเป็นองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นเวิร์คกิ้งวูแมนทั้ง 10 คน ประกอบด้วย จรรย์สมร วัธนเวคิน, ภัทราวดี มีชูธน, ศุภจี สุธรรมพันธ์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ศุภลักษณ์ อัมพุช, ปฐมา จันทรักษ์, พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช, แสตมป์ แฟร์เท็กซ์, ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ และ สุชาดา ช่วงศรี ร่วมพูดคุยภายใต้หัวข้อ “สตรีทรงพลัง” โดยมี สัญญา คุณากร และ วิกรม อัมระนันท์ ดำเนินรายการ
เสาหลักแห่งวัธนเวคิน จรรย์สมร วัธนเวคิน ส่งต่อข้อคิดของตัวเอง ในการรับมือกับมรสุมชีวิต สิ่งแรกคือ “สติและความอดทน” เจ้าตัวเชื่อว่าทุกปัญหาที่เข้ามาเปรียบเสมือนบทเรียนที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ต่อมาคือ “ความจริงใจคืออาวุธ” เพราะไม่ว่าจะเจอกับใครหรือสถานการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด การใช้ความจริงใจในการสื่อสารมักจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเสมอ


ศิลปินแห่งชาติ “ครูเล็ก” ภัทราวดี มีชูธ ให้ข้อคิดในการทำงานและการใช้ชีวิต เน้นเรื่องการปรับสภาวะจิตใจในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยใช้ "ความเข้าใจ" เป็นเครื่องมือหลักในการก้าวข้ามอุปสรรค และการมีความเชื่อมั่นในเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันหากมีทุกข์ มีปัญหา ต้องเปิดหูเปิดตาดูของดีๆ ดูของสวยงาม และหาความรู้ใหม่ๆ เพราะความรู้คือพลัง เมื่อไหร่ที่หมดพลัง ให้หาความรู้ชุดใหม่เพิ่มเข้าไป แล้วจะมีพลังอีกครั้ง
“แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชูสูตรสำเร็จ TAM Model ตามชื่อของตัวเอง “หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาระดับวิกฤตคือ "อย่าพยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน" แต่ให้ใช้การย่อยปัญหา คัดแยกประเภท และใช้หลักการ คิดให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก และทำในจังหวะที่ใช่ เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าปัญหานั้นจะใหญ่เพียงใด”

นิยามสู่ความสำเร็จตามแบบฉบับของ “น้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด "ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ตอนรุ่งเรือง แต่วัดกันที่วิธีการรับมือในยามที่ล้มลง" โดยมีสติ ความซื่อสัตย์ และความรักในทีมงานเป็นเครื่องนำทาง รวมถึง หากเราฝึกฝนตัวเองให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความยากลำบากทุกวัน และมองว่ามันคือเรื่องปกติ เราจะกลายเป็นคนที่ แข็งแกร่งขึ้น, ฉลาดขึ้น และมีความยืดหยุ่น มากขึ้น
แม้ต้องพับเก็บความฝันอยากเป็นศิลปิน เพื่อสานต่อเป้าหมายของครอบครัว “แอ๊ว” ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็ทำได้อย่างงดงาม เจ้าตัวบอกว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบันมีรากฐานมาจากความกตัญญู ความอดทน และการนำคำสอน "คิดใหญ่และไม่ยอมแพ้" ของคุณพ่อมาใช้เป็นพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจ เปลี่ยนความไม่รู้และความขี้อาย ให้กลายเป็นความกล้าหาญ โดยมีแรงผลักดันสำคัญคือ ความต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของคนไทย ในสายตาชาวโลกผ่านการสร้างธุรกิจที่มีมาตรฐานสากล
จากเด็กต่างจังหวัดสู่ผู้บริหาร Microsoft “เจี๊ยบ” ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซนเซอร์ จำกัด กับบทเรียน "วิกฤตสร้างโอกาส และที่มาของฟีเจอร์ยกมือใน Microsoft Teams" เกิดขึ้นในห้องประชุมกับชาวต่างชาติอย่างดุเดือด แต่เธอกลับหาจังหวะแทรกแสดงความคิดเห็นแต่ทำไม่ได้ เพราะติดอยู่ในกรอบของมารยาทไทยที่ว่าต้องไม่พูดแทรก จึงพยามยกมือ จนเมื่อถูกถามว่ายกมือทำไม จึงตอบว่าเป็นการขอพื้นที่เพื่อพูด เพราะการพูดแทรกจะทำให้ไม่มีใครฟังกัน จุดนี้เองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจและที่มาของ ฟีเจอร์ "ยกมือ" (Raise Hand) ใน Microsoft Teams ที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน

ทายาทรุ่นที่ 3 ของ "ชาตรามือ" “พราว” พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ไม่ได้เกิดจากการรับมรดกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมองเห็นโอกาส การกล้าที่จะเริ่มจากจุดเล็กๆ ด้วยตนเอง และการเปลี่ยนความต้องการของลูกค้าให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้คีย์หลัก “ความพร้อมไม่ใช่เงื่อนไขแรกของการเริ่มต้น แต่ความกล้าที่จะลุยและเรียนรู้คือหัวใจของการเติบโต"
“ธันย์” ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หลังจากประสบอุบัติเหตุ ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เธอมุ่งมั่นที่จะเป็น "คนพิการที่เป็นต้นแบบ" ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และช่วยเหลือคนพิการคนอื่นๆ เพราะเธอเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นดีที่สุด เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติสืบไป ส่วนเรื่องการก้าวข้ามขีดจำกัดรวมถึงนิยามใหม่ของโอกาส เจ้าตัวบอกว่า "พลังที่แท้จริงคือการสร้างคุณค่าให้ตัวเองแม้ในวันที่มืดแปดด้าน และการรักษาพลังนั้นไว้ด้วยรอยยิ้มและการมองเห็นโอกาสจากเมตตาที่ได้รับ


แชมป์โลกจากเวที ONE คิกบ็อกซิ่งและมวยไทย แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ถอดรหัสพลังใจ "ความพ่ายแพ้ คือ บทเรียนและการลุกขึ้นสู้ใหม่" พร้อมทั้งย้ำว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากการให้กำลังใจตัวเองในวันที่ล้ม และการใช้ความพ่ายแพ้เป็นฐานบันไดเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน"
ในมุมมองของ Miss World 2025 “โอปอล” สุชาดา ช่วงศรี เธอสรุปสั้นๆ ว่า “การเปิดตา=เห็นโอกาส” การมองวิกฤตให้เป็นโอกาสเปรียบเสมือนการ "เบิกตาอีกข้างหนึ่ง" เพื่อมองโลกในแง่บวกและหาทางใช้สถานการณ์นั้นให้เกิดประโยชน์จริง สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ แต่คือการที่คุณมองสิ่งนั้นอย่างไร หากคุณมองว่ามันคือโอกาส คุณก็จะสามารถใช้มันเพื่อพัฒนาตนเองและสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้


นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวหนังสือเล่มพิเศษชุด “คัมภีร์สตรีทรงพลัง” มุ่งเน้นการมอบ “อาวุธทางปัญญา” และ “พลังใจ” ให้ผู้หญิงสามารถยืนหยัดและประสบความสำเร็จในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวน 3 เล่ม เนื้อหาแต่ละเล่มเป็นเรื่องราวจากสตรี 3 ช่วงวัย ได้แก่ เล่ม 1 คัมภีร์...สตรีทรงพลัง : วัยก้าวหน้า (The Rising Star) บันทึกเรื่องราวของผู้หญิงวัย 20-40 ปี ผู้ใช้แรงฝันเป็นพลัง เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นบทเรียน ล้มแล้วลุกด้วยหัวใจนักสู้ และสร้างนิยมความสำเร็จในแบบของตนเอง, เล่ม 2 คัมภีร์...สตรีทรงพลัง : วัยพัฒนา (The Game Changers) เรื่องราวของผู้หญิงวัย 41-60 ปี ผู้บ่มเพาะความเข้มแข็งจากประสบการณ์ชีวิต กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ สร้างสมดุลระหว่างงาน ครอบครัว และความฝัน พร้อมขับเคลื่อนสังคมด้วยวิสัยทัศน์ และ เล่ม 3 คัมภีร์... สตรีทรงพลัง : วัยวัฒนา The (Visionaries) บันทึกพลังของผู้หญิงในวัย 61 ปีขึ้นไป ผู้หลอมรวมประสบการณ์อันล้ำค่ากับหัวใจที่เข้าใจชีวิต สร้างมรดกทางความคิด และส่งต่อแรงบันดาลใจเพื่อเป็นประทีปส่องทางให้คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
“ร้านยากรุงเทพ” เดินหน้าจัดงาน “วิ่งให้โอกาส 2026” รวมพลังนักวิ่งสายบุญ ส่งต่อชีวิต มอบรายได้ช่วยห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี
บ่อน้ำพระอินทร์โต้ข่าวบุกรุกป่าชี้ปมป่าไม้ปฏิบัติการย้อนแย้ง
ระเบิดความมันส์! 2026 PMPL Thailand Spring คืนชีพเวทีลีกสูงสุด ชิงเงินล้าน พร้อมตั๋วสู่ระดับ SEA